หน้าค้นหา แสดงงานวิจัย

การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อป้องกันภาวะความเครียดจากการปฏิบัติงานของพนักงานสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

หัวหน้าโครงการ : ฐิตินันท์ เขียวนิล
942-60-EDU-NRCT
รูปหน้าปก

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ¬เพื่อประเมินภาวะความเครียดและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะความเครียดของพนักงานสายสนับสนุน และเพื่อได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อป้องกันภาวะความเครียดจากการปฏิบัติงานของพนักงานสายสนับสนุนอันจะนำไปสู่นโยบาย การบริหารทรัพยากรบุคคลของมหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่าง เป็นพนักงานสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จำนวน 199 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยใช้เป็นแบบสอบถาม การสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ภาวะความเครียดของพนักงานสายสนับสนุนมีระดับ ภาวะความเครียดโดยเฉลี่ยระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 2.54 ± 0.83) อายุมีความสัมพันธ์กับระดับความเครียดจากการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (r = 0.170, p-value = 0.016) ส่วนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้เสนอแนะให้สร้างระบบธรรมาภิบาล พัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพ การเชิดชูผลการปฏิบัติงาน เสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและส่งเสริมการพัฒนาตนเอง

Abstract
This study was aimed to investigated to working stress of the operational-level officer. A total of 199 participants were sampling from personnel working at Chiangmai Rajabhat University and 18 stakeholders were participated in this study. Questionnaires, focus group discussion and in – dept interview were used as tools for data collecting. Data were analyzed by descriptive statistics, correlation coefficientc and content analysis. The results indicated that working stress was moderate (2.54 ± 0.83). age had a relationship at the 0.05 significant levels (r = 0.170, p-value = 0.016). The public has made policy recommendations to address good governance process, health promotion project, contributions in working, work motivation and self development.