หน้าค้นหา แสดงงานวิจัย

การเปิดรับข้อมูลข่าวสาร การตระหนักรู้และทัศนคติต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของธุรกิจชุมชน OTOP จังหวัดเชียงใหม่

หัวหน้าโครงการ : กาญจนา สุระ
1180-62-MGT-CMRU
รูปหน้าปก

บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลประชากรศาสตร์ของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ที่มีต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 2) เพื่อศึกษาการตระหนักรู้ของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ที่มีต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 3) เพื่อศึกษาการเปิดรับข้อมูลข่าวสารของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP เกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 4) เพื่อศึกษาทัศนคติของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 5) เพื่อเปรียบเทียบการตระหนักรู้ของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และ 6) เพื่อเปรียบเทียบทัศนคติของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เครื่องมือในการวิจัยคือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์การเปิดรับข่าวสาร การตระหนักรู้และทัศนคติของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติเชิงพรรณนา คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการใช้สถิติเชิงอนุมาน คือ Z Tast ในการทดสอบ โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูป SPSS ผลการศึกษาพบว่า 1. การตระหนักรู้ของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ด้านการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อยู่ในระดับมาก โดยมีการตระหนักรู้ระดับปานกลาง ด้าน การเพิ่มความเอาใจใส่และความระมัดระวังต่อการลอกเลียนแบบทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นมาเป็นของตน การมีภาคีเครือข่ายในการนาเอาทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์และการรับรู้ว่า ค ทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์และการรับรู้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาก่อให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ 2. ผลการเปิดรับข่าวสารข้อมูลของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.8 ไม่เคยได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ระดับการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์อยู่ในระดับปานกลาง 3. ผลการเปรียบเทียบการตระหนักรู้ของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างกันมีความความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 05 โดยแยกตามประเภทของผลิตภัณฑ์ พบว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ศิลปะประดิษฐ์มีการตระหนักรู้ในการจะพัฒนาสินค้าและต่อยอดให้ได้มาตรฐานเพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่ระดับค่าเฉลี่ย (3.85) (3.90) ตามลาดับ ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนและกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีการตระหนักรู้ในประเด็นการจะทาการพัฒนาสินค้าและต่อยอดให้ได้มาตรฐานเพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุดมีระดับค่าเฉลี่ยที่ 4.29 และ 4.34 ตามลาดับ แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร เสื้อผ้า ศิลปะ ของใช้ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์สมุนไพร มีระดับการตระหนักรู้เฉลี่ยน้อยที่สุด (1.45) (1.33) (1.31) ด้านการกระทาลอกเลียนแบบสินค้าของผู้อื่นมาเป็นของตน (1.51) และ (1.19) ตามลาดับ 4. ผลการเปรียบเทียบทัศนคติของกลุ่มธุรกิจชุมชน OTOP ที่มีต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ด้านการมีความรู้เกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น 5. ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ตาแหน่งที่แตกต่างกันส่งผลให้การตระหนักรู้ต่อการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มีความแตกต่างกัน 6. ปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตาแหน่งที่แตกต่างกันส่งผลต่อทัศนคติของการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มีความแตกต่างกัน คาสาคัญ: การตระหนักรู้, ทัศนคติ, ทรัพย์สินทางปัญญา, โอทอป

Abstract
This research aims to 1) study the demography of OTOP business groups towards intellectual property and commercialization; 2) to study awareness of OTOP business groups towards intellectual property commercialization; 3) to study media exposure of OTOP business groups towards intellectual property and commercialization; 4) to study attitudes of OTOP business groups towards intellectual property and commercialization; 5) to compare attitudes of OTOP business groups towards intellectual property and commercialization and 6) to compare awareness of OTOP business groups towards intellectual property and commercialization. Questionnaires and interviewing were used to collect data. Descriptive analysis; percentage, mean and standard deviation as well as inferential statistic Z-test used in this study. The results of study were as follow; 1. OTOP business groups had moderate high of awareness such as they were interested and be careful concerning copying intellectual property of other people as well as have networks to use intellectual property as commercialization. 2. 53.8 percentage of OTOP business groups had never exposed to media concerning intellectual property. OTOP business groups had averagely moderated exposing to media concerning use intellectual property as commercialization. 3. Comparison concerning awareness of OTOP business groups classified by types of products was different at the level of significant difference 0.05. Food and artificial art groups were averagely high of awareness to develop quality of products จ whereas household products and herbs of OTOP business groups had aware of developing products ( x =4.29 and 4.34). However food, clothes, art and household products were averagely less of awareness ( x =1.48, 1.33 and 1.31) to copy other people’s products. 4. Attitudes of OTOP business groups towards intellectual property and commercialization was different at the level of significance 0.05 concerning knowledge of intellectual property. 5. Different personal factors such as sex, age, education, income and position affected the awareness of intellectual property and commercialization. Keywords: Perception, Attitudes, Intellectual Property, OTOP