power

การจัดการความรู้ สถาบันวิจัยและพัฒนา

....ในปีงบประมาณ 2560 คณะกรรมการจัดการความรู้ของสถาบันวิจัยและพัฒนา ได้กำหนดประเด็นในการจัดการความรู้คือ ระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณของกระทรวงการคลัง ให้กับบุคลากรทั้งที่ปฏิบัติงานโดยตรงและผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติงานโดยตรง เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนา ให้เป็นไปอย่างอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

รายงานผลการดำเนินงานการจัดการความรู้ของสถาบันวิจัยและพัฒนา ประจำปี 2560

 

  1. ชื่อหน่วยงาน

          สถาบันวิจัยและพัฒนา  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

 

  1. หัวข้อการจัดการความรู้ของหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ 2560

          แนวทางและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย

 

  1. สรุปผลการจัดการความรู้ของหน่วยงาน ประจำปี 2560

   3.1   หลักการและเหตุผล

          สถาบันวิจัยและพัฒนา เป็นหน่วยงานสนับสนุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2548  โดยได้ออกกฎกระทรวงการจัดตั้งส่วนราชการ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประกอบด้วยหน่วยงานทั้งสิ้น 11 หน่วยงาน และสำนักวิจัยและบริการวิชาการ ได้เปลี่ยนสถานะเป็น “สถาบันวิจัยและพัฒนา” จนถึงปัจจุบัน  มีพันธกิจในการพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย สร้างและส่งเสริมนักวิจัย เครือข่ายภาคีจากภาคส่วนต่าง ๆ สนับสนุนการเผยแพร่งานวิจัยและการบูรณาการระหว่างการวิจัย การบริการวิชาการและการเรียนการสอนรวมไปถึงสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

          สถาบันวิจัยและพัฒนา ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการความรู้ขึ้น และนำการจัดการความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาบุคลากรภายในหน่วยงาน โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้จัดทำแผนการจัดการความรู้ จำนวน 1 ขอบเขต เพื่อรวบรวมและจัดการความรู้ของบุคลากรและสร้างแนวปฏิบัติที่ดีมาจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ เผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษรและสามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้  โดยได้คัดเลือกองค์ความรู้จำนวน 1 องค์ความรู้ ได้แก่ แนวทางและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย

 

   3.2   วัตถุประสงค์

          เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนการจัดการความรู้ ของสถาบันวิจัยและพัฒนา ประจำปีงบประมาณ 2560  

 

   3.3   สรุปผลการจัดการความรู้ ประจำปีงบประมาณ 2560

          คณะกรรมการจัดการความรู้ ของสถาบันวิจัยและพัฒนา ได้ดำเนินการตามแผนการจัดการความรู้ ประจำปีงบประมาณ 2560 สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้

 

 

 

          กระบวนจัดการความรู้ เรื่อง แนวทางและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย

  1. การกำหนดความรู้หลักที่จำเป็น

              การประชุมคณะกรรมการการจัดการความรู้ของสถาบันวิจัยและพัฒนา เพื่อจัดทำแผนการจัดการความรู้ และกำหนดประเด็นองค์ความรู้ที่จำเป็นในการดำเนินงาน ที่ประชุมมีมติเลือกประเด็นการจัดทำแนวทางและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย

  1. การเสาะหาความรู้ที่ต้องการ

              ดำเนินการแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับการเบิกจ่ายทุนวิจัยทั้งจากเอกสารระเบียบ ประกาศ อินเตอร์เน็ต และจากบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน

  1. การสร้างความรู้/แนวปฏิบัติ

              จัดทำแนวปฏิบัติขั้นตอนการเบิกจ่ายทุนวิจัย

  1. การประยุกต์ใช้ความรู้/แนวปฏิบัติในงาน

              ดำเนินการเผยแพร่แนวทางและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยแก่บุคลากรทุกคน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 เช่น เอกสารเผยแพร่ แผ่นพับ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

  1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำความรู้/แนวปฏิบัติไปใช้

              จัดการอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และอภิปรายการนำแนวทางและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยไปใช้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2560 เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางแก้ไขสำหรับปีถัดไป

  1. การปรับปรุงเป็นชุดความรู้/แนวปฏิบัติ

              คณะกรรมการปรับปรุงองค์ความรู้แนวปฏิบัติขั้นตอนการเบิกจ่ายทุนวิจัยให้สอดคล้องกับรูปแบบการปฏิบัติงานและจัดทำเอกสารเผยแพร่ให้กว้างขวาง

  1. การประเมินผลการดำเนินงาน และรายงานต่อมหาวิทยาลัย

              สรุปประเมินผลการดำเนินงานจัดการความรู้ พร้อมทั้งเผยแพร่บนเว็บไซต์หน่วยงาน รายงานต่อมหาวิทยาลัย

 

   3.4   ความรู้ที่ได้รับจากการจัดการความรู้

          จากขั้นตอนตามแผนการจัดการความรู้ของสถาบันวิจัยและพัฒนา  ประจำปีงบประมาณ 2560 มีองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย ทั้งจากงบประมาณแผ่นดิน และงบประมาณจากกองทุนวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงในส่วนของการดำเนินการในส่วนงานวิจัยและส่วนงานบริการวิชาการฯ กล่าวถึงเฉพาะในส่วนของการเบิกจ่ายทุนวิจัยโดยมีรายละเอียดองค์ความรู้ดังนี้

 

ประเภททุนวิจัย มี 2 ประเภท

  1. โครงการวิจัยที่ได้รับเงินอุดหนุนจากแหล่งทุนภายในมหาวิทยาลัย

               - ทุนวิจัยจากงบประมาณแผ่นดิน

               - ทุนวิจัยจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

  1. โครงการวิจัยที่ได้รับเงินอุดหนุนจากแหล่งทุนภายนอกมหาวิทยาลัย

แนวทางการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยของมหาวิทยาลัย ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

          การเบิกจ่ายทุนอุดหนุนการวิจัย (ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง)  มีแนวทางปฏิบัติด้านการเบิกจ่ายและเอกสารประกอบการเบิกจ่าย รายละเอียดดังตารางต่อไปนี้

 

ค่าใช้จ่าย

อัตราการเบิก

เอกสารประกอบการเบิกจ่าย

1. ค่าตอบแทนวิทยากร

-วิทยากรเป็นข้าราชการ ข้าราชการบำนาญหรือบุคลากรหน่วยงานของรัฐไม่เกิน 600 บาท/ชั่วโมง

-วิทยากรที่ไม่เป็นข้าราชการ (เอกชน) ไม่เกิน 1,200 บาท/ชั่วโมง

1.ค่าตอบแทนวิทยากร

    1.1 ใบสำคัญรับเงินสำหรับวิทยากร

    1.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

    1.3 หนังสือเชิญวิทยากร/แบบตอบรับ 

    1.4 กำหนดการอบรม

2. ค่าอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม  (โครงการต้องสัมพันธ์กับการเบิกจ่าย)

อาหารกลางวัน

จัดในหน่วยงานราชการ ไม่เกิน 80 บาท/มื้อ

จัดในสถานที่เอกชน ไม่เกิน 300 บาท/มื้อ

อาหารว่างและเครื่องดื่ม

จัดในหน่วยงานราชการ ไม่เกิน 25 บาท/มื้อ

จัดในสถานที่เอกชน ไม่เกิน 50 บาท/มื้อ

 

2. ค่าอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม 

    2.1 ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับเงิน

    2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

   (กรณีใช้ใบสำคัญรับเงิน)

    2.3 กำหนดการ

    2.4 ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมการประชุม/ฝึกอบรม *กรณีเลี้ยงเฉพาะอาหารว่างให้ลงลายมือชื่อเพียงช่องเดียว กรณีเลี้ยงอาหารว่างและอาหารกลางวันให้ลงลายมือชื่อ 2 ช่อง

3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ค่าที่พัก)

ค่าที่พัก

1. นอนเดี่ยวไม่เกิน 1,500/คน/วัน

2. นอนคู่ไม่เกิน 850/คน/วัน

3. เหมาจ่าย 800/คน/วัน

*ตามประกาศของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้อัตราการเบิกทั้งสามรายการ อาจอยู่ในดุลยพินิจของนักวิจัยและงบประมาณของแต่ละโครงการ

 

3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการค่าที่พัก

    3.1 รายงานการเดินทางไปราชการ

    3.2 ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าที่พักและ

         ใบแจ้งรายการเข้าพักของโรงแรม

         ใบรับรองแทนใบสำคัญรับเงินกรณี

         เบิกค่าที่พักแบบเหมาจ่าย

    3.3 คำสั่งเดินทางไปราชการ

    3.4 เอกสารที่เกี่ยวข้อง

*กรณีเบิกค่าเช่าที่พักเกินกว่าอัตราที่ระเบียบกำหนดต้องได้รับอนุญาตจากอธิการบดี

 

4. การเดินทางไปราชการ(โดยรถยนต์ส่วนบุคคล)

กิโลเมตรละ 4 บาท

*คำสั่งเดินทางไปราชการต้องระบุการใช้ยานพาหนะส่วนตัว

4. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

    4.1 รายงานการเดินทางไปราชการ

    4.2 ใบรับรองแทนใบสำคัญรับเงินตามระยะทาง

    4.3 คำสั่งเดินทางไปราชการ

    4.4 หนังสือเชิญ/กำหนดการประชุม

 

5. การเดินทางไปราชการ    (โดยรถโดยสารประจำทาง)

ตามที่จ่ายจริงและประหยัด

5. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

    5.1 รายงานการเดินทางไปราชการ

    5.2 ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินค่ารถโดยสารประจำทาง

    5.3 คำสั่งเดินทางไปราชการ

    5.4 หนังสือเชิญ/กำหนดการประชุม

 

6. การเดินทางไปราชการ    (โดยเครื่องบิน)

*ต้องได้รับอนุญาตหรือมีคำสั่งจากอธิการบดี

ตามที่จ่ายจริง ชั้นประหยัด

6. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

  6.1 รายงานการเดินทางไปราชการ

  6.2 ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องบิน

  6.3 รายการแสดงเที่ยวบิน (Itinerary)

  6.4 คำสั่งเดินทางไปราชการ

  6.5 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

7. ค่าจ้างเหมารถยนต์ (พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงและพนักงานขับรถ)

* ไม่สามารถเบิกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงต่างหากได้

-รถปรับอากาศไม่น้อยกว่า 40 ที่นั่ง 13,000 บาท

-รถปรับอากาศไม่น้อยกว่า 24 ที่นั่ง 8,000 บาท

-รถปรับอากาศไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง 3,500 บาท

-รถธรรมดาไม่น้อยกว่า 50 ที่นั่ง ไม่เกิน 8,000บาท

-รถธรรมดาไม่น้อยกว่า 40 ที่นั่ง ไม่เกิน 6,000บาท

-รถธรรมดาไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง ไม่เกิน 2,000บาท

(ตามประกาศ เรื่อง อัตราค่าจ้างเหมาบริการรถยนต์โดยสาร ลว.23 พ.ย. 59)

7. ค่าจ้างเหมารถยนต์

    7.1 สัญญาเช่าพร้อมติดอากรแสตมป์

         (1,000 บาท ต่อ 1 บาท เศษให้ปัดขึ้น)

    7.2 ใบสำคัญรับเงิน+สำเนาบัตรประชาชน

    7.3 รายการจดทะเบียนรถยนต์

    7.4 ตารางกรมธรรม์ที่ระบุความคุ้มครอง

    7.5 ใบขับขี่

    7.6 คำสั่งเดินทางไปราชการ

8. การจ้างเหมาบริการ

(ตามประกาศกระทรวง การคลัง), จ้างทำของ

(ตามระเบียบพัสดุ)

  

 

 

ตามประกาศกระทรวงการคลังและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ

8. การจ้างเหมาบริการ จ้างทำของ  

    8.1  ใบเสนอราคา (5,000 บาท ขึ้นไป)

    8.2  ใบสั่งจ้าง (10,000 บาทขึ้นไป พร้อมติดอากรแสตมป์)

    8.3  ใบเสร็จรับเงิน หนังสือส่งมอบงานหรือใบสำคัญรับเงิน

    8.4 ภาพประกอบ *ทั้งนี้ต้องสอดคล้องกับแผนงบประมาณโครงการวิจัย

 

9. ค่าจ้างเก็บข้อมูล วิเคราะห์ประมวลผลข้อมูล (Data Processing) ฯลฯ

 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

9. ค่าจ้างเก็บข้อมูล วิเคราะห์ประมวลผลข้อมูล

9.1 ใบสำคัญรับเงิน

9.2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

9.3 ใบเสนอราคา (5,000 บาท ขึ้นไป)

9.4 ใบสั่งจ้างตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป พร้อมติดอากรแสตมป์

10. ค่าวัสดุ

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ

10.1 ใบเสนอราคา (5,000 บาท ขึ้นไป)

10.2 ใบสั่งซื้อ (กรณีเกิน 10,000 บาท)

10.3 ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับเงิน

10.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

(กรณีใช้ใบสำคัญรับเงิน)

10.5 รูปภาพประกอบ

11.ค่าจ้างเหมาบริการ เช่น

1. ค่าจ้างถ่ายภาพวิดีทัศน์

2. ค่าจ้างพิมพ์เอกสารพร้อมเข้าเล่ม

3. ค่าจ้างถ่ายเอกสาร

(เป็นชุด)   ฯลฯ

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ

11.1 ใบเสร็จรับเงิน / ใบสำคัญรับเงิน

11.2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

       (กรณีใช้ใบสำคัญรับเงิน)

11.3 ใบเสนอราคา (5,000 บาท ขึ้นไป)

11.4 ใบสั่งจ้าง (กรณีเกิน 10,000 บาท

12. ค่าตอบแทนนักวิจัยไม่เกิน 20 % ของวงเงินที่ได้รับ และ ค่าบำรุงมหาวิทยาลัยร้อยละ 5 ตามประกาศมหาวิทยาลัย

ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยที่ได้รับจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน

12.1 บันทึกขอส่งรายงานการวิจัยและขออนุมัติเบิกเงินงวดสุดท้าย

12.2 เอกสารขออนุญาตเบิกเงิน

12.3 ใบสำคัญรับเงิน

12.4 สำเนาบัตรประชาชน

12.5 สำเนาสัญญารับทุน

12.6 แบบฟอร์มการเบิกจ่ายทุนอุดหนุนการวิจัย

12.7 รายงานการใช้ประโยชน์ตามสัญญา

12.8 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

13. ค่าจ้างผู้ช่วยนักวิจัย รายเดือน (ตามประกาศ ก.พ.)

ตามประกาศ ก.พ. หรือแล้วแต่กรณี

13.1 สัญญาจ้าง (ติดอากรแสตมป์ 1 บาท)

13.2 ใบสำคัญรับเงิน รายเดือน

13.3 สำเนาบัตรประชาชน รายเดือน

13.4 ใบลงเวลาปฏิบัติงาน รายเดือน

 

หมายเหตุ : มหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้เบิกค่าครุภัณฑ์ โดยหากมีโครงการใดได้รับอนุมัติเพื่อให้สามารถดำเนินกระบวนการวิจัยให้สมบูรณ์ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการให้โอนครุภัณฑ์นั้นเป็นของมหาวิทยาลัยโดยให้คณะต้นสังกัดเป็นผู้ดูแล

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการดำเนินการด้านการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย (งบประมาณแผ่นดิน,งบประมาณเงินกองทุนวิจัยฯ)

  1. รับและตรวจสอบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามงวด เช่น บันทึกข้อความขออนุญาตเบิกเงิน โดยแนบเอกสารขออนุญาตเบิกเงิน สัญญารับทุน แบบฟอร์มแผนการเบิกจ่ายเงิน และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

          1.1. กรณีเบิกงวดที่ 1 ข้ามไปขั้นตอนต่อไป

          1.2. กรณีเบิกงวดที่ 2 และ งวดที่ 3 ต้องตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายให้ครบถ้วน ถูกต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัย และสแกนเข้าระบบจัดเก็บเอกสาร ในรูปแบบ PDF แล้วจัดส่งให้นักวิจัยเก็บรักษาต้นฉบับจริงไว้เป็นหลักฐานและเพื่อการตรวจสอบ

  1. แจ้งนักวิจัยรับเอกสารคืน กรณีมีการแก้ไข ต้องเพิ่มเติมหรือตรวจพบเอกสารไม่ถูกต้อง
  2. นักวิจัยดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและส่งกลับคืนไปยังสถาบันวิจัยและพัฒนา นำเสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณา หากได้รับการอนุมัติ จึงจะดำเนินการจัดทำเอกสารขออนุญาตเบิกจ่าย (วจ.01)
  3. จัดทำชุดเอกสารขออนุญาตเบิกจ่าย (วจ.01) เสนอให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ได้แก่ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และ รองอธิการบดีที่รับผิดชอบงานวิจัย
  4. เขียนเช็คธนาคารกรุงไทย เพื่อสั่งจ่ายให้กับนักวิจัย และนำเสนอผู้มีอำนาจลงนาม ได้แก่ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และรองอธิการบดีที่รับผิดชอบงานวิจัย เพื่อลงนามในเช็ค
  5. นำเช็คฝากเข้าบัญชีนักวิจัย หรือประสานแจ้งนักวิจัยเพื่อรับเช็คและลงนามรับเช็คในฎีกา ทะเบียนคุมเช็คและต้นขั้วเช็ค
  6. จัดเก็บฎีกาไว้เป็นหลักฐานตามเลขที่ฎีกาแยกตามปีงบประมาณ

 

ประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

แนวปฏิบัติ

1. กรณีงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณจาก สกอ. ควรเบิกจ่ายอย่างไร

 

1. กรณีงานวิจัยทีได้รับงบประมาณจาก สกอ. ให้ผู้วิจัยจัดเตรียมเอกสารประกอบการเบิกจ่ายผ่านระบบของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เช่นเดียวกับการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน

2. กรณีงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณจากแหล่งทุนภายนอกควรเบิกจ่ายอย่างไร

 

2. กรณีงานวิจัยทีได้รับงบประมาณจากแหล่งทุนภายนอกให้ผู้วิจัยจัดเตรียมเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามระเบียบแหล่งทุนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ

3. กรณีงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณจากแหล่งทุน สกว.  ควรเบิกจ่ายอย่างไร

 

3. กรณีงานวิจัยทีได้รับงบประมาณจาก สกว.ให้ผู้วิจัย

จัดเตรียมเอกสารประกอบการเบิกจ่ายและส่งเอกสารทั้งหมดไปยัง สกว.

 

ประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

แนวปฏิบัติ

4. กรณีตรวจพบว่านักวิจัยนำใบส่งของมาเบิกควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการเบิกจ่าย

4. กรณีตรวจพบใบส่งของ ต้องแจ้งนักวิจัยให้ดำเนินการประสานกับร้านค้าเพื่อขอใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง

5. กรณีงานวิจัยที่จำเป็นจะต้องมีการจัดซื้อวัสดุจากชาวบ้านเพื่อใช้ในการวิจัย สามารถเบิกจ่ายได้อย่างไร

 

5. กรณีงานวิจัยที่จำเป็นจะต้องมีการซื้อวัสดุเพื่อใช้ในการวิจัยจากบุคคลที่ไม่มีใบกำกับภาษี เช่น ร้านค้า ชาวบ้าน สามารถใช้ใบสำคัญรับเงินและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนได้ แต่ต้องมีรายละเอียด รูปภาพและเอกสารประกอบตามแนวทางการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยของมหาวิทยาลัย

 

     3.5  ผลจากการนำองค์ความรู้ไปใช้

  1. บุคลากรสามารถนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหรือทักษะที่ถูกถ่ายทอดจากประสบการณ์ (Tacit Knowledge) มาจัดเก็บไว้ในรูปแบบของเอกสารความรู้ (Explicit Knowledge)
  2. บุคลากรสามารถปฏิบัติงานแทนกันได้ กรณีผู้รับผิดชอบไม่อยู่
  3.  บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ถูกจัดเก็บและถ่ายทอดมาพัฒนาให้เกิดการพัฒนาวิธีการ กระบวนการและความรู้เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

               

     3.6  ปัญหาที่พบจากการจัดการความรู้

  1. บุคลากรมีงานประจำมาก ทำให้มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้น้อย
  2. ในการเบิกจ่ายทุนวิจัยมีกระบวนการและขั้นตอนมาก ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน

 

     3.7  แนวทางการจัดการความรู้ในปีงบประมาณ 2561

          แนวทางในการจัดการความรู้ของหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ 2561 ได้วางหัวข้อและแนวทางในการดำเนินงานดังนี้

  1. เทคนิคการดำเนินการจัดประชุมแบบมืออาชีพ
  2. เทคนิคการใช้งานสารสนเทศและฐานข้อมูลงานวิจัย
  3. เทคนิคการลงพื้นที่ชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน